15/10 โครงการ M-town ถนนคันคลองชลประทาน สุเทพ เมือง เชียงใหม่ 50200

Stemcell เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินบ่อยๆ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบว่า Stemcell คืออะไร แถมไปศึกษาในข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง โดนหมอกล่อม ฉีดก็ฉีด แต่หมอเอง ยังไม่รู้เลย ว่า การสเต็มเซลล์ที่มีคุณภาพ มาจากไหนแถมโดนหลอกเอาน้ำเลี้ยงสเต็มเซลล์ มาหลอกขาย เป็นเซลล์ 10 ล้านเซลล์พวกนี้ เห็นแก่ของถูก แล้วก็ซื้อ รวมถึง โดนแลป ต่างประเทศ หลอก เข้าไปอีก ในบทนี้จะบอก ว่าหลอกยังไง ได้บ้างแต่เราไม่ระบุที่นะว่าที่ไหนหลอกบ้าง อยากหน้าเด็กก็พิจารณา กันเอาเอง

ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของเซลล์ นอกจากตัวเซลล์ แล้วมีอะไรบ้าง

1. น้ำเลี้ยงเซลล์ น้ำเลี้ยง คือ น้ำสีแดงๆ ที่จริงๆแล้ว เป็นของเสีย จากกระบวนการผลิต แต่ว่า น้ำนี้จะมีเศษเซลล์โปรตีน และอาหารของเซลล์ เหมือนกับไข่ขาว ที่เป็นตัวเลี้ยงไข่แดง ให้เติบโต เอามาทาหน้า ฉีดหน้าก็หน้าฟูดีเหมือนสารอาหารเฉยๆ แต่ไม่เข้มข้นเท่า filorga135 HA cytocare หรือ dermaheal HSR

2. Oligopeptide เป็นอะมิโนสายสั้นๆ ที่ทำหน้าที่สื่อสาร สั่งการ หรือนำไปสร้างเป็นองค์ประกอบของเซลล์แล้วแต่ชนิดของมัน การผลิตคือ การสกัดและการสังเคราะห์ เช่น ฆ่ากระต่าย 10 ตัว เอารังไข่ กระต่ายมา บด จากนั้นปั่น เพื่อ เอา nucleotide. ออกไป เอาแค่ cytoplasm มาปั่นแหว่ง จนเหลือส่วนเล็กๆ แล้วเอาส่วนนั้นมาใช้งาน

3. Protein complex พวกนี้ ก็คล้ายๆกับ oligopeptide แต่สกัดออกมาให้บริสุทธิ์ มากขึ้น อาจมาจากการสกัด หรือการสังเคราะห์นำมา ใช้เป็นส่วนผสม ของ ยา เครื่องสำอาง เมโสเมอราปี เช่น ทำหน้าฟู รักษาหลุมสิว ทำให้ผมขึ้น

4. Fresh cell มาจากความเชื่อ ที่ว่า เสียเซลล์ไหน ก็ซ่อมแซมที่เซลล์นั้น เช่น ไทรอยด์พังก็เอาต่อมไทรอยด์ ของแกะมาบด จากนั้น นำมาฉีด หรือนำมากิน แต่ว่าเซลล์ จนกอวัยวะนั้นจะมีปนๆกัน ของเซลล์ที่แก่แล้วเพราะไม่ได้มีการแยกชนิดย่อยๆ เนื่องจาก ในอวัยวะหนึ่งๆ ย่อมมีเนื้อเยื่อหลายชนิด สมมติว่า อยากรักษาโรค วัยทองอาจจะฆ่ากระต่าย 10 ตัว แล้วเอาอวัยวะ. รังไข่ รก ไทมัส adrenal grand (ต่อมหมวกไต) มาบดแล้ว เอามาฉีด แต่การฉีด. Fresh cell ซึ่งเป็นตัวเต็มวัย อาจกระตุ้นเซลล์ของมนุษย์ ให้เกิดการกลายพันธุ์ ผ่าเหล่าได้ ตามข่าวโคมลอยที่ว่า มี ไฮโซ ไปฉีด fresh cell ที่เยอรมัน ร่วม 10-ครั้ง แล้วเกิดอาการ ขนสีขาว ขึ้นที่มือนั่นแหละ

สเต็มเซลล์เก็บจากไหนได้บ้าง

1. เก็บจากน้ำคร่ำ ตอนที่ท้องอยู่ เป็นตัวที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด แต่ว่า อาจทำให้แม่แท้งลูกได้ 1%
2. เก็บจากสายสะดือและรก ตอนคลอดลูกออกมา สมัยก่อนทิ้งขยะ เดี๋ยวนี้ต้องรีบๆมาเก็บเซลล์ ไปผ่านกระบวนการ
3. เก็บจากไขกระดูกตอนโต แล้ว
4. เก็บจากไขมัน ตอนโต ด้วยการดูดไขมัน แล้ว เอามาผ่านกระบวนการ ย่อยเซลล์ จนเหลือแต่ กลุ่มเซลล์ ที่เรียกว่า SVF ตัวนี้สามารถใช้รักษาโรค ใช้ผสมกับไขมัน มาฉีดให้หน้าเด้งกว่าเดิม ตัวนี้เป็นสเต็มเซลล์ ของตัวเองที่มีราคาต้นทุนถูกที่สุด สามารถทำได้ในคลินิก ถ้ามีอุปกรณ์

สเต็มเซลล์ ออกฤทธิ์อย่างไร

ยังไม่มีกลไกที่แน่ชัดว่าสเต็มเซลล์ ออกฤทธิ์ยังไงแต่เชื่อกันว่า เซลล์ พวกนี้เป็นเหมือนยาแก้อักเสบ ที่จะไปหลั่งสารต้านการอักเสบ จากนั้น ตัวเซลล์ จะหลั่งสาร ไปสั่งการ เซลล์เดิมของคน ให้มีการแบ่งเซลล์เพิ่ม เพื่อซ่อมแซม เช่นแผลในกระเพาะอาหาร. แผลในหัวใจ เซลล์ผิวหนัง ที่เหี่ยวย่น แต่เซลล์ จำเป็นต้องใช้ปริมาณค่อนข้างเยอะ และ ต้องมี ตัวชี้เป้า ตัวชี้เป้านี้ ส่วนใหญ่ จะใช้ oligopeptide สมมติ คนนี้ รวยจัดอยากรักษาฝ้า ด้วย stemcell ก็จำเป็น ต้อง ฉีดoligopeptide เช่น เซลล์ ผิวหนังของกระต่ายมาสกัด จากนั้นฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เพื่อเหมือนเป็นบุรุษไปรษณีย์ไปชี้เป้า ง่าอยากซ่อมเซลล์ ผิวหนัง ที่เหี่ยวเป็นพิเศษนะ. จากนั้น ต้องทำให้เซลล์ ที่อยากซ่อมแซม เกิดการอักเสบ เช่น การทำHIFU หรือตบหน้า จากนั้นจึง ฉีด cell เข้ากระแสเลือด 50 ล้านเซลล์ และ ฉีดที่หน้าอีก 5ล้านเซลล์ ถ้าไม่มีงบ เรียกคนมาตบหน้า ก็ ฉีดหน้า 2 ล้านเซลล์ แล้วบำรุงด้วยตัวอื่นไปเรื่อยๆ

จำเป็นต้องเก็บสเต็มเซลล์ ของ ตัวเอง หรือของลูกไว้มั้ย

สเต็มเซลล์ ของ. สัตว์ในสปีซีส์ เดียวกัน จะมีความเข้ากันได้ ถ้าเป็นตัวต้นกำเนิดจริงๆ ไม่ใช่จากการแบ่งปลายทางลองคิดถึงเลือด เรายังให้เลือดตามกรุ๊ปได้ สเต็มเซลล์ ก็เหมือนเลือดกรุ๊ป O ที่สามารถให้เลือดได้ถ้าไม่มีข้อห้ามอื่นๆ เหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องเก็บเซลล์ต้นกำเนิดตัวเอง หรือบุคคลในครอบครัว นอกจากแพงค่าเก็บรักษาแล้ว ? ยัง จะไม่นิยมใช้สเต็มเซลล์ของตัวผู้ป่วยเองแต่จะใช้สเต็มเซลล์ที่ได้จากผู้บริจาครายอื่นที่มีความสมบูรณ์แบบกว่า นั่นก็เพราะสเต็มเซลล์ที่ได้จากผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมในยีนแฝงอยู่

จำนวนการรอดของเซลล์ ต้นกำเนิดลดลง ทุกๆปี แม้จะแช่ใน ไนโตรเจนเหลวก็ตาม ยิ่งเวลาผ่านไป มันก็ตายๆๆ ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสเต็มเซลล์ จะดีมั้ย

คำถามนี้ต้องตอบจบๆ จ้า ว่า อย. ไม่ให้สารสกัดที่มีสเต็มเซลล์ จากมนุษย์ จดทะเบียนเป็นเครื่องสำอาง - ตัวอย่างสารที่เข้าข่ายได้มาจากมนุษย์ เช่น
: Rh-OLIGOPEPTIDE -1
: Rh-OLIGOPEPTIDE -2

- หากในสูตรแจ้งว่ามี Placenta Extract / Placenta Protein ให้รับรองว่าสารเหล่านี้ มิได้มาจากมนุษย์ และปราศจากฮอร์โมนส์

- อนุญาตให้ใช้ Stem Cell เฉพาะที่ได้มาจากพืช เช่น Malus Domestica Fruit Cell Culture Extract

แต่ว่าก็ยังมีเครื่องสำอางในเมืองไทย 2 ประเภท คือ

1. มีสารสกัดต้องห้าม อยู่ แต่ในสูตรยื่นจดแจ้งไม่เขียน เช่น บางกลุ่มเมโส ชื่อย่อ E. ตัวนี้ปนเปื้อน ฮอร์โมน estrogen คลินิกก็ฉีดๆไป ก็มันมี อย. ปลอดภัยนี่นา
2. ไม่มีสารสกัดจากสเต็มเซลล์ แต่แอบอ้าง โฆษณาขาย สไตล์ MLMใช้การบอกต่อเอา ว่าตัวนั้นดีอย่างนั้น ตัวนั้นดีอย่างนี้ เครื่องสำอาง ทุกประเภท จะไม่มีstemcell ที่มีชีวิต ที่ใช้การได้อยู่ 0% เลย เพราะมันตายทั้งหมด มันเป็นเพียงสารอาหาร ในตัวเซลล์เพียงเท่านั้น แม้นะแพง แสนแพงเพียงใด และอนาคตอาจจะมี สเตมเซลล ล์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นเซลล์ แช่แข็ง มา แต่ประสิมธิภาพจะเพียง 20% ของเซลล์ สด

ข้อจำกัดทำไมเซลล์ ไม่ได้ผล

Lab เอา stemcell ที่แบ่งตัวมามากๆ แก่ๆ แล้วแล้วประสิทธิภาพลดลงมาขายให้ ชนิดของstemcell ที่เอามา ไม่เหมาะกับการซ่อมแซม ส่วนที่อยากใช้ สมมติว่า ปวดฟัน stemcell ที่ควรนำมาใช้มากที่สุด ควร เป็น dental palp Lab โกงจำนวนเซลล์ หมอต่อราคาเยอะ ซื้อล้านเซลล์ ตักมาให้ หมื่นเซลล์ มีพยาธิสภาพมากมาย ที่จะต้อง รักษาอย่างอื่นก่อน เช่น รักษา ด้วย การใส่ บอลลูนหัวใจ ขยาย หลอดเลือด จากนั้นจึงให้เอาสเต็มเซลล์ ไปซ่อมแซมผนังหลอดเลือด คลินิกที่ฉีดโกงจำนวนเซลล์ เช่น ปกติโรคเบาหวาน 6 เดือนควรฉีด 200-1000 ล้านเซลล์ แต่ฉีดกันแค่ 20 ล้านจึงไม่ได้ผล ตัดต่อเอกสารรับรองจำนวนเซลล์ คือ แลปก็โกง เซลล์แล้ว คลินิกก็โกงจำนวนอีก บางคลินิก ใช้น้ำเกลือฉีด ไปจบๆ คนไข้รวยแค่ไหนก็ขอให้บอก ปัจจัยงบประมาณ คนไข้ ใช้เซลล์ จำนวน น้อยเกินไป ใช้ปริมาณ มาก ในเวลาที่สั้นเกินไป เซลล์ เหล่านี้ ก็ไปคั่งที่ปอด แล้วตายไป

บทสรุป

สเต็มเซลล์ ไม่ใช่ยาวิเศษ ต้องใช้โดยผู้ชำนาญ ถึงจะได้ผล แหล่งที่มา ต้องได้ผล ปราศจากการปนเปื้อนของ เชื้อ และภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างต่ำ แต่โอกาส โดนหลอกค่อนข้างสูง เพราะฉีดไปอาจรู้สึกแค่สดชื่น เหมือนกับให้น้ำเกลือหนึ่งถุง ก็สดชื่นเหมือนกัน